ถ้าดวงตาคือหน้าต่างของหัวใจ ผิวหน้าใสๆ ก็คือ ความชื่นใจที่ทำให้หัวใจของผู้หญิงทุกคนพองฟู แต่ใครล่ะจะรักษาผิวสวย สดใสให้คงอยู่ได้ตลอดกาล

เมื่อวัยเปลี่ยนเวียนผ่าน
ปัญหาผิวที่เพิ่มขึ้นตามอายุ สัญญาณแห่งวัย 5
ประการก็จะตามมา ไม่ว่าจะเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่น
ผิวแห้งไม่ชุ่มชื้น สีผิวไม่สม่ำเสมอ
ร่องรอยจุดด่างดำ และผิวหย่อนคล้อย

ยิ่งเมื่อเจอกับความเครียดในแต่ละวัน พักผ่อนไม่เพียงพอ อีกทั้งยังเจอกับมลพิษรอบตัว และแสงแดดที่แผดเผาคอลลาเจนในชั้นผิวหนัง ที่ว่า แน่ๆ ตั้งแต่สมัยเด็กๆ ก็ต้องแพ้ ลดน้อยถอยลงไป จากความสดใสก็จะกลายริ้วรอยแห่งวัยที่เพิ่มขึ้น
มาแทน

ผิวอ่อนเยาว์ สดใส กลัวอะไรที่สุด?

เคล็ดลับการรักษาผิวให้กระชับ สดใส คือต้องรักษาคอลลาเจนในผิวให้คงอยู่มากที่สุด แต่น่าเสียดาย ที่เราฝืนธรรมชาติได้ยาก
เพราะเมื่ออายุ 25 ปีขึ้นไป คอลลาเจนในผิวของคนเรา จะเสื่อมสลายลงเฉลี่ยปีละ 1.5% นั่นหมายความว่า เมื่อคุณอายุมากขึ้น โอกาสที่
จะมีผิวกระชับ เรียบเนียนดูอ่อนเยาว์นั้นก็จะ ลดน้อยลงไปด้วยและประกอบกับความเสื่อมของร่างกาย จะทำให้คุณเจอกับ “อนุมูลอิสระ”
ศัตรูที่น่ากลัวที่สุดของผิว เพราะนั่นคือตัวทำลาย ชั้นของเส้นใยคอลลาเจนและอิลาสติน ต้นเหตุแห่งผิวขาดความยืดหยุ่น ทำให้หย่อนคล้อย ดูแก่เกินวัยได้

เติมกำลัง..ต้านอนุมูลอิสระ

ในแต่ละวันร่างกายของเรามีการสร้างสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติอยู่แล้ว แต่ก็อาจจะไม่เพียงพอ ที่จะปกป้องผิวสวยกระชับให้คงความสดใสให้อยู่กับเรานานๆ เราจึงต้องดูแลตัวเองจากภายใน สู่ภายนอกไปด้วยกัน เริ่มจากออกกำลังกาย ให้ร่างกายแข็งแรง งดสูบบุหรี่ ไม่ดื่มเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ พักผ่อนให้เพียงพอ

และวิธีหนึ่งในการเติมคอลลาเจนให้กับผิว สร้างสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย ซึ่งเป็นวิธีที่ปลอดภัยและมีประสิทธิผลดีที่สุด ก็คือ การกินอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยฟื้นฟูบำรุงผิว

ASTAXANTHIN สารต้านอนุมูลอิสระ
ทรงพลังที่สุด ณ จุดนี้
และถ้าถามว่าสารต้านอนุมูลอิสระใดคือที่สุด
ต้องบอกว่า..แอสตาแซนธิน

“แอสตาแซนธิน”เป็นสารแคโรทีนอยด์ที่เกิดขึ้น ในธรรมชาติ มีสีแดงเข้มซึ่งคล้ายกับสีแดง ของทับทิม พบได้ในสัตว์ทะเลและน้ำจืด เช่น ปลาแซลมอน ปลาเทราต์ ปู กุ้ง
แต่พบมากที่สุดในสาหร่ายขนาดเล็กที่ชื่อว่า
สาหร่ายฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส
(Haematococcus pluvialis )

ซึ่งจัดเป็นสาหร่ายที่มีแอสตาแซนธินมากที่สุด จะพบสาหร่ายชนิดนี้ได้ในประเทศแถบสแกนดิเนเวีย มีความสามารถในการปรับตัวและมีชีวิตรอดอยู่ได้ นานถึง 20 ปีแม้จะอยู่ในสภาวะแวดล้อมที่ไม่เหมาะสม ต่อการเติบโตเช่น ขาดน้ำ ขาดอาหาร ต้องเผชิญ กับความร้อน แสงแดด หรือความหนาวเย็นจัด โดยจะปรับตัวให้มีผนังเซลล์หนาขึ้น เพื่อสะสมสาร ต้านอนุมูลอิสระแอสตาแซนธิน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ ในการปกป้องตัวเองให้อยู่รอดได้

ในวงการเวชศาสตร์ชะลอวัยในปัจจุบัน
ยกให้ “แอสตาแซนธิน” เป็น
“ราชินีแห่งสารต้านอนุมูลอิสระ” เพราะเมื่อเทียบคุณสมบัติการต้านอนุมูลอิสระ แล้วจะพบว่ามีประสิทธิภาพการต้านอนุมูลอิสระ สูงกว่าวิตามินซี ถึง 6,000 เท่า สูงกว่าโคเอนไซม์ คิวเทน 800 เท่า และสูงกว่าวิตามินอี 500 เท่า

ทำให้แอสตาแซนธินมีคุณสมบัติฟื้นฟูบำรุง ผิวได้อย่างรอบด้าน โดยมีการศึกษาเมื่อปี2012ของ อิจิ ยามาชิตะ นักวิจัยชาวญี่ปุ่น พบว่า การรับประทานสารแอสตาแซนธินวันละ 4 มิลลิกรัม ต่อเนื่องเป็นเวลา 6 สัปดาห์ สุขภาพผิวจะดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัด ความแห้งของผิวจะลดลง ผิวมีความชุ่มชื้นขึ้น เรียบเนียนเพิ่มขึ้น ยืดหยุ่น มากขึ้น และริ้วรอยลดลง ซึ่งนักวิจัยเชื่อกันว่า ที่เป็นอย่างนั้นเป็นเพราะว่าแอสตาแซนธิน จะไปกระตุ้นให้มีการสร้างคอลลาเจนใหม่ให้กับผิว ได้ดีขึ้น

รวมกำลัง ..ต้านริ้วรอย

เมื่อร่างกายได้รับแอสตาแซนธิน ควบคู่ไปการดูแลตัวเองให้แข็งแรงแล้ว ก็อย่าลืมเติมคอลลาเจนผิวจากภายใน ด้วยการกินอาหารที่มี “ มารีน คอลลาเจน เปปไทด์” คอลลาเจนเปปไทด์โมเลกุลละเอียดจากปลา ทะเลน้ำลึก ซึ่งมีโมเลกุลเล็กกว่าคอลลาเจนทั่วไป ถึง 100 เท่า ทำให้ร่างกายดูดซึมได้ดี เสริมสร้างความแข็งแรงของคอลลาเจนในผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทำให้ผิวคงความอ่อนเยาว์ เรียบเนียน นุ่ม ชุ่มชื่นและเพิ่มความยืดหยุ่น ให้กับผิว ตามด้วย อาหารที่มี“วิตามินอี” จะช่วยให้เซลล์ผิวแข็งแรงและทนต่อรังสี UV ในแสงแดดได้ดีขึ้น ผิวมีความชุ่มชื้นและมีความ ยืดหยุ่น ดูมีสุขภาพดีมากขึ้น ดูแลตัวเองให้พร้อม อย่างนี้แล้ว ผิวสวยสุขภาพดีจะไปไหนเสียล่ะ..